เอนโดไทน์ (Endotine) คืออะไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

เอนโดไทน์ (Endotine) คืออะไร

Endotine หรือ เอนโดไทน์ เป็นวัสดุทางการแพทย์ขนาดเล็กที่ใช้สำหรับช่วยยึดและตรึงเนื้อเยื่อในชั้นลึกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม มักใช้ร่วมกับการศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง ยกคิ้ว ยกหน้าผาก และกระชับผิวที่หย่อนคล้อย โดยตัววัสดุเป็นหมุดสังเคราะห์ขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นปุ่มขนาดเล็กยื่นออกมาหลายปุ่มคล้ายซี่หนามสำหรับยึดเกาะเนื้อเยื่อชั้นลึก (SMAS) และกระจายแรงในบริเวณที่ต้องการยก ก่อนที่วัสดุจะค่อย ๆ สลายไปตามระยะเวลา

หลักการของ Endotine ไม่ได้เน้นเพียงการดึงผิวด้านนอกให้แลดูกระชับ แต่เป็นการช่วยยึดเนื้อเยื่อในชั้นลึกหลังจากปรับให้อยู่ในตำแหน่งที่แพทย์วางแผนไว้ จึงสามารถนำมาใช้ประกอบการผ่าตัดในผู้ที่มีปัญหาคิ้วตก หน้าผากหย่อนคล้อย หรือความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า โดยแพทย์จะประเมินโครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และเลือกเทคนิคให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล

Key Takeaways

  • Endotine (เอนโดไทน์) เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ใช้ช่วยยึดและตรึงเนื้อเยื่อในชั้นลึกหลังจากปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อ
  • ตัววัสดุมีลักษณะเป็นหมุด หรือปุ่มขนาดเล็กยื่นออกมาหลายปุ่มคล้ายซี่หนาม สำหรับยึดเกาะเนื้อเยื่อชั้นลึก ช่วยยึดเนื้อเยื่อและกระจายแรงในบริเวณที่ต้องการยก
  • มีหลายรูปแบบตามบริเวณที่ใช้งาน เช่น Forehead, Trans-Bleph, Midface และ Ribbon
  • ตัวหมุดสามารถค่อย ๆ สลายได้ภายในประมาณ 6–12 เดือน และแม้ตัววัสดุจะสลายไปแล้ว แต่เนื้อเยื่อที่ได้รับการตรึงจะผ่านกระบวนการสมานและยึดตัวในตำแหน่งใหม่
  • ผลลัพธ์ของการยกกระชับอาจอยู่ได้ประมาณ 5–10 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอายุ สภาพผิว การเปลี่ยนแปลงตามวัย และการดูแลตนเองของแต่ละบุคคล

เอนโดไทน์ (Endotine) คืออะไร

เอนโดไทน์ (Endotine) คือ วัสดุสังเคราะห์ทางการแพทย์ขนาดเล็กที่ใช้ช่วยยึดและตรึงเนื้อเยื่อในชั้นลึก มักใช้ร่วมกับการศัลยกรรมยกคิ้ว ยกหน้าผาก หรือยกกระชับใบหน้าแบบส่องกล้อง โดยแพทย์จะปรับตำแหน่งของเนื้อเยื่อก่อนใช้ Endotine ช่วยยึดให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม

จุดเด่นของวัสดุชนิดนี้คือมีปุ่มขนาดเล็กยื่นออกมาหลายปุ่มคล้ายซี่หนามที่ช่วยยึดและกระจายแรงไปตามเนื้อเยื่อบริเวณที่ต้องการยก อีกทั้งตัววัสดุสามารถค่อย ๆ สลายได้หลังจากเนื้อเยื่อเกิดกระบวนการสมานและยึดตัวแล้ว

endotine ช่วยเรื่องอะไรบ้าง

Endotine ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

Endotine เป็นวัสดุที่ใช้ร่วมกับการศัลยกรรมดึงหน้าหรือยกกระชับ เพื่อช่วยยึดและตรึงเนื้อเยื่อในชั้นลึกหลังจากแพทย์ปรับตำแหน่ง สามารถนำมาใช้กับบริเวณหน้าผาก คิ้ว รอบดวงตา และใบหน้าส่วนกลาง โดยอาจช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ดังนี้

  • ยกคิ้วและหางคิ้วที่ตก ช่วยปรับตำแหน่งคิ้วและหางคิ้วที่หย่อนคล้อย ให้บริเวณรอบดวงตาแลดูเปิดและได้สัดส่วนมากขึ้น
  • ช่วยลดความหย่อนคล้อยบริเวณหน้าผาก การยกและปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อบริเวณหน้าผาก อาจช่วยให้รอยพับหรือริ้วรอยจากความหย่อนคล้อยแลดูตื้นขึ้น
  • ช่วยแก้ปัญหาหนังตาบนที่ได้รับผลกระทบจากคิ้วตก ในบางรายคิ้วที่หย่อนลงมาอาจทำให้บริเวณชั้นตาแลดูแคบหรือหลบใน การยกคิ้วสามารถช่วยปรับสัดส่วนบริเวณรอบดวงตาได้ โดยต้องประเมินแยกจากภาวะหนังตาตกโดยตรง
  • ยกกระชับแก้มและใบหน้าส่วนกลาง Endotine บางประเภทสามารถใช้ช่วยตรึงเนื้อเยื่อบริเวณแก้มและโหนกแก้มที่หย่อนคล้อย เพื่อปรับตำแหน่งของเนื้อเยื่อให้เหมาะสม
  • ช่วยปรับกรอบหน้าและสัดส่วนของใบหน้า การยกเนื้อเยื่อในตำแหน่งที่เหมาะสมอาจช่วยให้ใบหน้าแลดูกระชับและมีสัดส่วนมากขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริเวณที่ผ่าตัดและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล

หมุดเอนโดไทน์ (Endotine) มีลักษณะอย่างไร

หมุดเอนโดไทน์ (Endotine) เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยยึดเนื้อเยื่อในระหว่างการผ่าตัดยกกระชับ โดยรูปทรงและขนาดของวัสดุจะแตกต่างกันตามตำแหน่งที่ต้องการใช้งาน ลักษณะที่สำคัญ ได้แก่

  • มีขนาดเล็ก ออกแบบให้สามารถใช้สำหรับยึดเนื้อเยื่อบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้าตามแผนการผ่าตัด
  • มีปุ่มหรือเข็มหนามขนาดเล็กหลายจุด สำหรับช่วยยึดเนื้อเยื่อและกระจายแรงไปในบริเวณที่ต้องการยก แทนการรวมแรงไว้เพียงจุดเดียว
  • มีหลายรูปทรง เช่น รูปแบบสำหรับหน้าผาก ใบหน้าส่วนกลาง หรือแบบแนวยาวคล้ายริบบิ้น
  • เป็นวัสดุที่สามารถสลายได้ โดยตัววัสดุจะค่อย ๆ สลายภายในช่วงเวลาประมาณ 6–12 เดือน
  • ใช้สำหรับตรึงเนื้อเยื่อในชั้นลึก หลังจากแพทย์ปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อให้อยู่ในแนวที่วางแผนไว้

ลักษณะของ Endotine ที่มีจุดยึดหลายตำแหน่งจึงช่วยกระจายแรงบริเวณเนื้อเยื่อที่ต้องการตรึง อย่างไรก็ตาม จำนวนหมุด รูปแบบของวัสดุ และตำแหน่งที่ใช้จะแตกต่างกันตามโครงสร้างใบหน้าและแผนการผ่าตัดของแต่ละบุคคล

หมุดเอนโดไทน์ (Endotine) มีกี่แบบ

หมุดเอนโดไทน์ (Endotine) มีกี่แบบ?

Endotine มีหลายรูปแบบเพื่อให้เหมาะกับตำแหน่งและลักษณะการยึดเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน โดยประเภทที่พบได้ ได้แก่

Endotine Forehead

เป็นวัสดุที่ออกแบบสำหรับบริเวณหน้าผากและคิ้ว มักใช้ร่วมกับการศัลยกรรมยกคิ้วหรือยกหน้าผาก เพื่อช่วยตรึงเนื้อเยื่อหลังจากปรับตำแหน่ง เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาคิ้วตก หางคิ้วตก หรือหน้าผากหย่อนคล้อยตามการประเมินของแพทย์

Endotine Trans-Bleph

เป็นรูปแบบที่สามารถใช้สำหรับช่วยยึดและปรับตำแหน่งเนื้อเยื่อบริเวณคิ้ว โดยแพทย์จะพิจารณาตามตำแหน่งที่ต้องการยก ลักษณะของเนื้อเยื่อ และเทคนิคการผ่าตัดที่เหมาะสม

Endotine Midface

ออกแบบสำหรับการยึดเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้าส่วนกลาง เช่น แก้มและโหนกแก้ม เพื่อช่วยตรึงเนื้อเยื่อหลังจากแพทย์ปรับตำแหน่งในการผ่าตัดยกกระชับใบหน้าส่วนกลาง

Endotine Ribbon

มีลักษณะเป็นแนวยาวคล้ายริบบิ้นและมีจุดสำหรับช่วยยึดเนื้อเยื่อตามแนววัสดุ สามารถนำมาใช้กับบริเวณที่ต้องการกระจายแรงและตรึงเนื้อเยื่อตามแนวที่เหมาะสม เช่น ใบหน้าส่วนกลาง-ล่าง หน้าแก้ม แนวกรอบหน้า และลำคอ

ทั้งนี้ แต่ละประเภทมีลักษณะและตำแหน่งการใช้งานแตกต่างกัน จึงควรให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย และเลือกประเภทของ Endotine ให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล

เทคนิคเอนโดไทน์ (Endotine) เหมาะกับใคร

การใช้เทคนิค Endotine เป็นส่วนหนึ่งของการผ่าตัดยกกระชับ อาจเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อในบางบริเวณ โดยแพทย์จะพิจารณาจากตำแหน่งและระดับของปัญหาเป็นหลัก ได้แก่

ผู้ที่มีปัญหาคิ้วตกหรือหน้าผากหย่อนคล้อย

ผู้ที่มีปัญหาคิ้วตก หางคิ้วตก หรือเนื้อเยื่อบริเวณหน้าผากหย่อนคล้อย อาจได้รับการพิจารณาให้ใช้ Endotine ร่วมกับการศัลยกรรมยกคิ้วหรือหน้าผาก เพื่อช่วยตรึงเนื้อเยื่อหลังจากปรับตำแหน่ง

ผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าส่วนกลาง

ผู้ที่มีเนื้อเยื่อบริเวณแก้มหรือใบหน้าส่วนกลางเคลื่อนตัวลงตามวัย อาจใช้ Endotine บางรูปแบบเป็นส่วนหนึ่งของการผ่าตัดเพื่อช่วยปรับและตรึงตำแหน่งของเนื้อเยื่อ

ผู้ที่ต้องการยกกระชับโครงสร้างผิวชั้นลึก (SMAS) 

เทคนิค Endotine ทำงานร่วมกับการปรับตำแหน่งและตรึงเนื้อเยื่อ ไม่ได้เน้นเพียงการทำให้ผิวด้านนอกแลดูตึงขึ้น จึงอาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่แพทย์ประเมินว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อในชั้นลึกที่ต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข

ทั้งนี้ Endotine ไม่ได้เหมาะกับทุกคน ผู้ที่มีโรคประจำตัว ใช้ยาบางประเภท มีประวัติแพ้ยา หรือเคยผ่านการผ่าตัดบริเวณใบหน้ามาก่อน ควรแจ้งข้อมูลให้แพทย์ทราบอย่างละเอียดเพื่อประกอบการวางแผนการรักษา

ข้อดี-ข้อเสียของเทคนิคเอนโดไทน์

ข้อดีของเทคนิคเอนโดไทน์ (Endotine)

Endotine ได้รับการออกแบบให้เป็นอุปกรณ์ช่วยตรึงเนื้อเยื่อหลังจากแพทย์ปรับตำแหน่งระหว่างการผ่าตัด จึงมีคุณสมบัติที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการยกกระชับบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้าได้ โดยมีข้อดีดังนี้

ช่วยยึดและกระจายแรงบริเวณเนื้อเยื่อ

ตัวหมุด Endotine มีลักษณะเป็นหมุดหรือปุ่มขนาดเล็กยื่นออกมาหลายปุ่มคล้ายซี่หนาม สำหรับยึดเนื้อเยื่อ ทำให้สามารถกระจายแรงไปตามบริเวณที่ต้องการตรึง แทนการรวมแรงไว้เพียงตำแหน่งเดียว

ช่วยตรึงเนื้อเยื่อในตำแหน่งที่ปรับไว้

หลังจากแพทย์ปรับเนื้อเยื่อให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม หมุด Endotine จะทำหน้าที่ช่วยตรึงเนื้อเยื่อในช่วงที่ร่างกายกำลังเกิดกระบวนการสมานตัว

วัสดุสามารถค่อย ๆ สลายได้

ตัวหมุด Endotine เป็นวัสดุที่สามารถสลายได้ โดยจะค่อย ๆ สลายภายในประมาณ 6–12 เดือน ระหว่างนั้นเนื้อเยื่อจะเกิดกระบวนการสมานและยึดตัวในตำแหน่งที่ได้รับการตรึงไว้

สามารถใช้ร่วมกับการศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง

Endotine สามารถนำมาใช้ร่วมกับการศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้องในบางตำแหน่ง เช่น การยกคิ้วหรือหน้าผาก ซึ่งช่วยให้แพทย์มองเห็นโครงสร้างภายในระหว่างการผ่าตัด และสามารถวางแนวแผลบริเวณหนังศีรษะหรือไรผมตามเทคนิคที่เลือกใช้

มีหลายรูปแบบตามตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข

วัสดุ Endotine มีหลายรูปแบบสำหรับบริเวณที่แตกต่างกัน เช่น หน้าผาก คิ้ว และใบหน้าส่วนกลาง ทำให้แพทย์สามารถเลือกใช้ให้สัมพันธ์กับตำแหน่งและลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล

ข้อเสียของเทคนิคเอนโดไทน์ (Endotine) คืออะไร

ก่อนตัดสินใจทำ Endotine ควรทำความเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของการผ่าตัด จึงมีทั้งข้อจำกัด ระยะพักฟื้น และโอกาสเกิดผลข้างเคียงเช่นเดียวกับการผ่าตัดประเภทอื่น

อาจมีอาการบวม ช้ำ หรือรู้สึกตึงหลังผ่าตัด

หลังการผ่าตัดอาจพบอาการบวม ช้ำ เจ็บ ตึง หรือชาบริเวณที่ทำได้ในช่วงพักฟื้น โดยระดับและระยะเวลาของอาการแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

อาจรู้สึกถึงตำแหน่งของวัสดุในช่วงแรก

ในบางรายอาจคลำหรือรู้สึกถึงตำแหน่งของ Endotine ได้ในช่วงแรกหลังผ่าตัด ก่อนที่เนื้อเยื่อจะสมานและวัสดุค่อย ๆ สลายไปตามระยะเวลา

ไม่ได้เหมาะกับปัญหาความหย่อนคล้อยทุกระดับ

Endotine ไม่ใช่เทคนิคที่เหมาะสมกับทุกปัญหาความหย่อนคล้อย ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยในระดับหรือบริเวณที่แตกต่างกันอาจเหมาะกับเทคนิคการผ่าตัดอื่น หรืออาจต้องใช้หลายเทคนิคร่วมกันตามการประเมินของแพทย์

มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากวัสดุ

เนื่องจาก Endotine เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่ใช้ประกอบการผ่าตัด จึงอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากตัววัสดุ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด ซึ่งจะแตกต่างกันตามแผนการรักษาของแต่ละบุคคล

ผลลัพธ์ไม่คงอยู่ถาวร

แม้ผลลัพธ์จากการยกกระชับอาจอยู่ได้นานหลายปี แต่ผิวหนังและเนื้อเยื่อยังคงเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ คุณภาพผิว แรงโน้มถ่วง และพฤติกรรมการใช้ชีวิต จึงไม่สามารถหยุดกระบวนการหย่อนคล้อยตามวัยได้อย่างถาวร

ปรึกษาเทคนิคเอนโดไทน์ (Endotine) กับทีมแพทย์โรงพยาบาลเลอลักษณ์

ผู้ที่มีปัญหาคิ้วตก หน้าผากหย่อนคล้อย หรือความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้า และกำลังสนใจศัลยกรรมดึงหน้าด้วยเอนโดไทน์ (Endotine) สามารถเข้ารับคำปรึกษากับทีมแพทย์โรงพยาบาลเลอลักษณ์ เพื่อประเมินโครงสร้างใบหน้า ตำแหน่งและระดับความหย่อนคล้อย รวมถึงวางแผนเทคนิคการผ่าตัดให้เหมาะกับแต่ละบุคคล

ศัลยกรรมดึงหน้าและยกคิ้วสามารถใช้เทคนิคแบบส่องกล้องร่วมกับการปรับเนื้อเยื่อในชั้นที่เหมาะสมตามแผนการรักษา โดยตำแหน่งแผล จำนวนหมุด Endotine และรายละเอียดของการผ่าตัดจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมดึงหน้าหรือยกคิ้วด้วยเอนโดไทน์ (Endotine) ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ เพื่อพิจารณาว่าเหมาะกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าหรือไม่ พร้อมทำความเข้าใจขั้นตอน ข้อดี ข้อจำกัด ระยะพักฟื้น และผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น เพื่อประกอบการตัดสินใจอย่างเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเอนโดไทน์ (Endotine)

ศัลยกรรมดึงหน้าด้วย Endotine อยู่ได้กี่ปี นานไหม?

ตัวหมุด Endotine สามารถค่อย ๆ สลายได้ภายในประมาณ 6–12 เดือน แต่หลังจากวัสดุสลาย เนื้อเยื่อจะเกิดกระบวนการสมานและยึดตัวในตำแหน่งใหม่ ผลลัพธ์ของการยกกระชับอาจอยู่ได้ประมาณ 5–10 ปี 

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาจริงแตกต่างกันตามอายุ สภาพผิว ความยืดหยุ่นของเนื้อเยื่อ การเปลี่ยนแปลงตามวัย และการดูแลตนเองของแต่ละบุคคล

ศัลยกรรมดึงหน้าเทคนิคเอนโดไทน์ (Endotine) เจ็บมากไหม?

ระหว่างการทำศัลยกรรมดึงหน้าด้วยเอนโดไทน์ แพทย์จะใช้วิธีดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์ และหลังผ่าตัดอาจมีอาการตึง เจ็บระบม ช้ำ หรือปวดหน่วง ๆ บริเวณแผล โดยอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 3–7 วัน ทั้งนี้ ระดับความรู้สึกและระยะเวลาฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

แผลหมุดเอนโดไทน์ (Endotine) มีกี่จุดและอยู่ตรงไหนบ้าง?

จำนวนแผลของการทำ Endotine ไม่ได้กำหนดตายตัว เนื่องจากขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับ ชนิดของ Endotine และเทคนิคการผ่าตัด

หากเป็นการยกคิ้วหรือหน้าผากด้วยเทคนิคส่องกล้อง แพทย์อาจเปิดแผลขนาดเล็กหลายตำแหน่งบริเวณหนังศีรษะหรือแนวไรผม เพื่อเป็นทางเข้าสำหรับกล้องและเครื่องมือผ่าตัด โดยจำนวนและตำแหน่งแผลจริงจะพิจารณาตามโครงสร้างและแผนการรักษาของแต่ละบุคคล

เมื่อเอนโดไทน์ (Endotine) สลาย คิ้วจะกลับมาตกอีกไหม?

เมื่อหมุด Endotine ค่อย ๆ สลายไป คิ้วจะไม่กลับมาตกทันที เพราะระหว่างช่วงที่วัสดุทำหน้าที่ตรึง เนื้อเยื่อจะเกิดการสมานและยึดตัวในตำแหน่งที่ได้รับการปรับไว้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปผิวและเนื้อเยื่อยังคงเกิดการเปลี่ยนแปลงตามวัยได้ จึงอาจพบปัญหาความหย่อนคล้อยเพิ่มขึ้นในอนาคตตามอายุ คุณภาพผิว แรงโน้มถ่วง และปัจจัยเฉพาะของแต่ละบุคคล

Facebook
X
WhatsApp
Pinterest
LinkedIn

สารบัญ

บทความน่ารู้

อัปเดตสาระและบทความน่ารู้เกี่ยวกับความงาม ศัลยกรรม และการดูแลตัวเอง พร้อมข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนการเข้ารับบริการและข้อควรรู้ในหลากหลายหัวข้อ ให้คุณได้ทำความเข้าใจและค้นหาข้อมูลที่สนใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

ข้อเสียของการศัลยกรรมดึงหน้า อันตรายไหม

ข้อเสียของการศัลยกรรมดึงหน้า อันตรายไหม ความเสี่ยงที่ควรรู้ก่อนทำ

ศัลยกรรมดึงหน้าเป็นหนึ่งในแนวทางแก้ไขปัญหาผิวและเนื้อเยื่อบนใบหน้าที่มีความหย่อนคล้อย แต่เนื่องจากเป็นการผ่าตัด จึงมีทั้งอาการหลังผ่าตัดและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจควรทำความเข้าใจข้อเสียของการดึงหน้า ตั้งแต่เรื่องแผลผ่าตัด ระยะพักฟื้น อาการบวมช้ำ ไปจนถึงความเสี่ยง เช่น เลือดคั่ง การติดเชื้อ แผลหายช้า หรือความผิดปกติของเส้นประสาท รวมถึงควรได้รับการประเมินโครงสร้างใบหน้า สุขภาพ

Read More »
เอนโดไทน์ (Endotine) คืออะไร

เอนโดไทน์ (Endotine) คืออะไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

Endotine หรือ เอนโดไทน์ เป็นวัสดุทางการแพทย์ขนาดเล็กที่ใช้สำหรับช่วยยึดและตรึงเนื้อเยื่อในชั้นลึกให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม มักใช้ร่วมกับการศัลยกรรมดึงหน้าส่องกล้อง ยกคิ้ว ยกหน้าผาก และกระชับผิวที่หย่อนคล้อย โดยตัววัสดุเป็นหมุดสังเคราะห์ขนาดเล็ก มีลักษณะเป็นปุ่มขนาดเล็กยื่นออกมาหลายปุ่มคล้ายซี่หนามสำหรับยึดเกาะเนื้อเยื่อชั้นลึก (SMAS) และกระจายแรงในบริเวณที่ต้องการยก ก่อนที่วัสดุจะค่อย ๆ สลายไปตามระยะเวลา

Read More »