ดึงหน้า ยกกระชับหน้าตึง Face lift แก้ไขผิวหน้าหย่อนหยาน ย้อนวัยเยาว์
ดึงหน้า (Face lift) จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อย โดยแพทย์จะประเมินและวางแผนการยกกระชับตามตำแหน่งและระดับความหย่อนของแต่ละบุคคล ตั้งแต่บริเวณหน้าผาก ขมับ ใบหน้าส่วนกลาง ใบหน้าส่วนล่าง ไปจนถึงลำคอ เพื่อช่วยให้ผิวหน้าตึงขึ้น กรอบหน้าแลดูกระชับ และใบหน้าโดยรวมแลดูอ่อนเยาว์อย่างเหมาะสมกับโครงสร้างเดิม
เมื่ออายุมากขึ้น โครงสร้างและเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้าจะค่อย ๆ เปลี่ยนแปลง ทั้งความยืดหยุ่นของผิว ปริมาณไขมัน รวมถึงความหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อชั้นลึก ส่งผลให้เกิดปัญหาแก้มหย่อน กรอบหน้าไม่ชัด ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก คิ้วตก หรือผิวบริเวณใบหน้าและลำคอหย่อนคล้อยได้
บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักว่าศัลยกรรมดึงหน้าคืออะไร ดึงหน้าบริเวณไหนได้บ้าง ผิวชั้น SMAS สำคัญอย่างไร เทคนิคดึงหน้าของโรงพยาบาลเลอลักษณ์มีอะไรบ้าง รวมถึงการเตรียมตัวและข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจทำศัลยกรรมดึงหน้า
Key Takeaways
- ศัลยกรรมดึงหน้า (Face lift) เป็นการผ่าตัดเพื่อยกกระชับผิวและเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย ช่วยปรับบริเวณแก้ม กรอบหน้า คาง ขมับ หน้าผาก และลำคอได้ตามปัญหาของแต่ละบุคคล
- การดึงหน้าไม่ได้พิจารณาเฉพาะผิวหนังชั้นบน แต่แพทย์อาจวางแผนจัดการเนื้อเยื่อในระดับลึก เช่น ชั้น SMAS และตามระดับความหย่อนคล้อย รวมถึงเทคนิคที่เลือกใช้
- โรงพยาบาลเลอลักษณ์มีเทคนิคศัลยกรรมดึงหน้าหลายรูปแบบ เพื่อออกแบบการยกกระชับให้เหมาะกับตำแหน่งและปัญหาของแต่ละบุคคล
- การเลือกเทคนิคไม่ได้พิจารณาจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่ควรประเมินโครงสร้างใบหน้า คุณภาพผิว ระดับความหย่อนคล้อย สุขภาพ และความต้องการร่วมกับแพทย์ก่อนผ่าตัด
ศัลยกรรมดึงหน้า คืออะไร
ศัลยกรรมดึงหน้า หรือ Face lift คือ การผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยของผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้า โดยแพทย์จะประเมินระดับความหย่อนคล้อยและวางแผนยกกระชับหรือจัดตำแหน่งเนื้อเยื่อ รวมถึงตัดผิวหนังส่วนเกินออกตามความเหมาะสม เพื่อช่วยให้ใบหน้าดูกระชับและกรอบหน้าชัดขึ้น
การดึงหน้าในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการดึงผิวหนังด้านนอกให้ตึงเท่านั้น แต่สามารถวางแผนยกกระชับในระดับเนื้อเยื่อชั้นลึก เช่น ชั้น SMAS ซึ่งเป็นโครงสร้างที่มีความเกี่ยวข้องกับความหย่อนคล้อยของใบหน้า
ศัลยกรรมดึงหน้ามีลักษณะสำคัญ ได้แก่
- ยกกระชับผิวและเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อย เพื่อช่วยปรับแก้ม กรอบหน้า และบริเวณลำคอให้แลดูกระชับขึ้น
- จัดการเนื้อเยื่อได้มากกว่าผิวชั้นบน โดยเทคนิคบางรูปแบบสามารถยกกระชับถึงชั้น SMAS หรือชั้นเนื้อเยื่อที่ลึกลงไป
- ออกแบบตำแหน่งการดึงหน้าได้ตามปัญหา เช่น หน้าผาก ขมับ ใบหน้าส่วนกลาง ใบหน้าส่วนล่าง และลำคอ
- ตัดผิวหนังส่วนเกินตามความเหมาะสม และวางตำแหน่งแนวแผลให้สอดคล้องกับเทคนิคที่ใช้
- วางแผนเฉพาะบุคคล เนื่องจากโครงสร้างใบหน้า คุณภาพผิว และระดับความหย่อนคล้อยของแต่ละคนแตกต่างกัน
ดึงหน้าตำแหน่งไหน แก้ไขส่วนใดได้บ้าง?
- ใบหน้าส่วนบน : การผ่าตัดดึงดึงขมับ หางคิ้ว หางตา
- หน้าผาก : การผ่าตัดยกคิ้ว รอยย่นที่หน้าผาก
- การผ่าตัดดึงใบหน้าส่วนกลาง : การผ่าตัดดึงช่วงแก้มด้านบน ช่วงแก้มด้านล่าง ร่องน้ำหมาก
- ใบหน้าส่วนล่าง : แก้คางย้อย ร่องน้ำหมากชัด
- ยกกระชับผิวส่วนคอ
ดึงหน้า Face lift ถึงชั้นลึก Deep Locking
โรงพยาบาลเลอลักษณ์มีการออกแบบเทคนิคศัลยกรรมดึงหน้าให้เหมาะสมกับปัญหาความหย่อนคล้อยในตำแหน่งต่าง ๆ ของใบหน้า โดยแพทย์จะพิจารณาเทคนิคตามโครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อย ตำแหน่งที่ต้องการแก้ไข และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
เทคนิค Deep locking™️
เป็นเทคนิคพิเศษดึงหน้าในระดับผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังชั้นชั้นลึก Deep skin เพื่อแก้ไขปัญหา ความหย่อนคล้อย ผิวใบหน้าห้อยย้อย โดยโรงพยาบาลเลอลักษณ์จะทำ การซ่อนแผล โดยใช้เวลาในการผ่าตัดไม่นาน พักฟื้นเร็ว แผลหายไว เนียนไปกับผิวดึงหน้า Face Lift หน้าตึงย้อนวัย
ดึงหน้าที่เลอลักษณ์ โดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง ไม่ต้องดมยา ฟื้นตัวไวบวมช้ำน้อย
เทคนิค Deep plane locking™️
เป็นการผ่าตัดยกตัดผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า ที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึง ทั้งนี้ผ่าตัดดึงลึกถึงชั้นกล้ามเนื้อชั้นSMAS ด้วยเทคนิคแบบ High-SMAS และ ชั้นลึกลงไปมากกว่าชั้น smas ด้วยเทคนิค Deep Plane
เทคนิค High-SMAS Facelift ดึงหน้านั้นAdvance ความหย่อนคล้อยไม่ได้มาจากผิวหนังเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากชั้นไขมันใต้ผิวหนังและชั้นพิเศษที่เรียกว่าสแมซ (SMAS หรือ Superficial Musculoaponeurotic System) ซึ่งสอดแทรกอยู่บริเวณชั้นผิวหนังกับกล้ามเนื้อใบหน้า
Facelift Surgery/Rhytidectomy ดึงหน้าแบบ High-SMAS ดึงชั้นสแมชและ deep plane ผลลัพธ์จะเปลี่ยนแปลงเยอะที่สุด อยู่ได้ยาวนาน 10ปี ++ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับเฉพาะบุคคล ที่เลอลักษณ์ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทาง มาตรฐานระดับโรงพยาบาล 24 ปี
Face lift ยกตึงดึงไม่ตก ด้วยเทคนิคดึงหน้าพิเศษเอกสิทธิ์เฉพาะโรงพยาบาลเลอลักษณ์
-
เทคนิค Pentagon Lift
เทคนิคสำหรับการยกกระชับบริเวณ Upper Face โดยเปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 5 จุด และซ่อนแนวแผลไว้บริเวณไรผม แพทย์จะกำหนดตำแหน่งแนวแผลตามโครงสร้างและปัญหาของแต่ละบุคคล เพื่อยกกระชับบริเวณใบหน้าส่วนบน
- เทคนิค Prime Frontal Fix
เทคนิคที่เน้นการยกกระชับบริเวณหน้าผากและคิ้ว โดยมีการยกคิ้วและยึดเนื้อเยื่อกับกระดูก รวมถึงสามารถวางแผนยกเนื้อเยื่อบริเวณหน้าผากในระดับชั้นลึก เพื่อช่วยแก้ปัญหาคิ้วตกและความหย่อนคล้อยของใบหน้าส่วนบน
- เทคนิค PeriAlar Deep Lift
- เทคนิค Preauricular Facelift
เทคนิคดึงหน้าที่เปิดแนวแผลบริเวณด้านหน้าหูตามแนวกรอบหน้า เพื่อเข้าถึงและยกกระชับเนื้อเยื่อหลายระดับ โดยสามารถวางแผนยกกระชับลึกถึงบชั้น Deep Plane ตามความเหมาะสมของปัญหาและโครงสร้างใบหน้า
- เทคนิค Lateral Face Lift
เทคนิคที่เน้นการยกกระชับบริเวณใบหน้าด้านข้าง ตั้งแต่ช่วงแก้มและกรอบหน้าไปจนถึงบริเวณใกล้ลำคอ โดยไม่ต้องเปิดแผลบริเวณลำคอเพิ่ม เหมาะกับการปรับปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณใบหน้าด้านข้างและกรอบหน้า
ผิวชั้น SMAS คืออะไร? สำคัญอย่างไร ?
SMAS ย่อมาจาก Superficial Musculo Aponeurotic System เป็นชั้นเนื้อเยื่อของกล้ามเนื้อใบหน้า มีเส้นใยคอลลาเจนอยู่รวมกันเป็นพังผืด
อยู่ระหว่างชั้นไขมันและชั้นกล้ามเนื้อ ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อการดึงหน้าให้ยกกระชับ เนื่องมาจากชั้น SMAS เชื่อม
ตั้งแต่กล้ามเนื้อไปถึงชั้นผิวหนังด้านบนทำให้การยกชั้น SMAS จะยกผิวได้ทุกชั้น หากผิวชั้นบนมีการดึงขึ้น ก็จะทำให้ใบหน้าที่หย่อนคล้อย
มีความยกกระชับมากยิ่งขึ้น
โครงสร้างใบหน้า ผิวหนังมีกี่ชั้น?
1. ชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) :
ชั้นผิวบนสุดของระดับชั้นผิว ทำหน้าที่ช่วยปกป้องผิวจากสารพิษ , แบคทีเรีย และการสูญเสียน้ำ
มีทั้งหมด 5 ชั้นย่อย ในกระบวนการผลัดเซลล์ผิว (Keratinization) ประกอบด้วย
1.1 Stratum corneum
1.2 Stratum lucidum
1.3 Stratum granulosum
1.4 Stratum spinosum
1.5 Stratum basale
2. ชั้นหนังแท้ (Dermis) :
ชั้นผิวหนังที่อยู่ใต้ชั้นหนังกำพร้า ที่มีความหนาที่สุดของระดับชั้นผิว โดยจะประกอบด้วย คอลลาเจน อีลาสติน ไขมัน เส้นเลือด และ ออกซิเจนที่จะคอยหล่อเลี้ยงเซลล์ผิว
3. ชั้นไขมัน (Hypodermis) : ชั้นผิวที่มีเซลล์ไขมันสะสม รวมทั้งโปรตีนคอลลาเจน เป็นตัวกำหนดรูปลักษณ์ของความอ้วนและความผอมซึ่งจะมีหน้าที่ช่วยรักษาอุณหภูมิของร่างกาย
4. ชั้นกล้ามเนื้อส่วนบน (SMAS) : ชั้นผิวที่ประกอบด้วยแนวเส้นใยคอลลาเจนซึ่งมีผลต่อคุณภาพผิวที่ดี ทั้งผิวที่กระชับ มีความยืดหยุ่นผิว มีโครงสร้างเป็นเนื้อเยื่อพังผืดห่อหุ้มกล้ามเนื้อ ซึ่งระดับผิวชั้นนี้จะมีความสำคัญต่อการผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้าให้ยกกระชับขึ้นได้
5. ชั้นกล้ามเนื้อใบหน้า ( subcutaneous ) : กล้ามเนื้อที่ควบคุมการแสดงสีหน้า โดยทั่วไปกล้ามเนื้อจะมาจากพื้นผิวของกระดูกกะโหลกศีรษะ เมื่อกล้ามเนื้อหดตัว ผิวหนังจะเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อเหล่านี้ยังทำให้เกิดริ้วรอยตามแนวการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ
5 ปัญหาที่่ควรมาทำศัลยกรรมดึงหน้า ?
- ผู้ที่ต้องการปรับแก้ปัญหาผิวหน้าให้กระชับ
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ตีกา คิ้วตก หางตาตก
- ผู้ที่มีปัญหาร่องน้ำหมากลึก
- ผู้ที่มีปัญหาหน้าเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย
- ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าดูแก่กว่าวัยอันควร
ดึงหน้าผู้ชายกับผู้หญิงแตกต่างกันไหม
การศัลยกรรมดึงหน้าผู้ชายและผู้หญิง มีหลักการยกกระชับผิวและเนื้อเยื่อที่หย่อนคล้อยคล้ายกัน แต่การวางแผนผ่าตัดอาจแตกต่างตามโครงสร้างใบหน้า ความหนาของผิว แนวไรผม และตำแหน่งหนวดเครา โดยแพทย์จะออกแบบแนวการดึงและตำแหน่งแผลให้เหมาะกับแต่ละบุคคล เพื่อคงสัดส่วนและลักษณะใบหน้าที่แลดูเป็นธรรมชาติ
ข้อดีของการดึงหน้า
- 1. การดึงหน้าช่วยลดริ้วรอยและฟื้นฟูความกระชับของผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และสดใสมากขึ้น
- 2. ผิวหน้าตึง อ่อนกว่าวัย อยู่ได้นานถึง 5-10 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล)
- 3. แผลผ่าตัดเล็ก บวมช้ำน้อยกว่าการผ่าตัดแบบอื่นๆ
- 4. สามารถแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้หลายจุดพร้อมกัน เช่น แก้ม คาง และลำคอ ทำให้ใบหน้ามีความสมดุลและดูสมมาตรมากขึ้น
ข้อควรระวัง
- 1. การศัลยกรรมดึงหน้าเป็นการผ่าตัดใหญ่ ซึ่งอาจมีความเสี่ยง เช่น อาการบวม ฟกช้ำ การเสียเลือด หรือการติดเชื้อ
- 2. ควรเลือกสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานและมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในการศัลยกรรมใบหน้า เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด โดยโรงพยาบาลเลอลักษณ์ เรามีเครื่องมือที่ทันสมัยพร้อมห้องผ่าตัดปลอดเชื้อ ระบบ HEPA Filter และมีทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางที่มากประสบการณ์อีกด้วย
- 3. การปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ในการดูแลแผลหลังผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนและช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาสมบูรณ์ที่สุด
การเตรียมตัว
- 1. ปรึกษาแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญก่อนผ่าตัด
- 2. ตรวจสุขภาพก่อนรับการผ่าตัด
- 3. ปรับเปลี่ยน / หยุดยา และรวมถึงอาหารเสริมที่ทานเป็นประจำ เช่น วิตามิน ทุกชนิด
- 4. เตรียมความพร้อมทางจิตใจ
- 5. วางแผนการฟื้นตัวหลังรับการผ่าตัด
FAQ คำถามที่พบบ่อยดึงหน้า
- ระหว่างผ่าตัดและหลังศัลยกรรมดึงหน้า ระดับความรู้สึกเจ็บหรือไม่สบายผิวจะแตกต่างกันตามเทคนิค ขอบเขตการผ่าตัด และความรู้สึกแต่ละบุคคล โดยแพทย์จะใช้การดมยาสลบหรือฉีดยาชาระหว่างผ่าตัด ทั้งนี้ หลังผ่าตัดอาจมีอาการตึง บวม ช้ำ หรือระบมบริเวณใบหน้าได้ โดยแพทย์จะวางแผนการดูแลและให้ยาตามความเหมาะสม หากมีอาการผิดปกติหรือปวดมากขึ้นควรติดต่อสถานพยาบาลเพื่อรับการประเมิน
- ผู้ที่ต้องการปรับแก้ปัญหาผิวหน้าให้กระชับ
- ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย ตีกา คิ้วตก หางตาตก
- ผู้ที่มีปัญหาร่องน้ำหมากลึก
- ผู้ที่มีปัญหาหน้าเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย
- ผู้ที่มีปัญหาใบหน้าดูแก่กว่าวัยอันควร
หน้าผาก ดึงหน้าส่วนกลาง ดึงหน้าส่วนล่าง แก้เหนียงใต้คาง ยกคิ้ว ดึงคอบน ดึงคอล่าง
ผิวหน้าตึง อ่อนกว่าวัย อยู่ได้นานถึง 5-10 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลของแต่ละบุคคล)
หลังทำศัลยกรรมดึงหน้า ควรใส่ผ้ารัดหน้าติดต่อกันตลอด 24 ชั่วโมงในช่วง 7 วันแรก และหลังจากนั้นให้ลดเวลาเหลือ 6–12 ชั่วโมงต่อวัน เช่น ใส่ตอนนอนหรืออยู่บ้าน ต่อเนื่องไปจนครบประมาณ 1–3 เดือน หรือตามคำแนะนำของแพทย์
การศัลยกรรมดึงหน้าไม่มีอายุที่เหมาะสมแบบตายตัว เพราะสิ่งสำคัญกว่าตัวเลขอายุคือระดับปัญหาความหย่อนคล้อย โครงสร้างใบหน้า คุณภาพผิว และความเหมาะสมสำหรับการผ่าตัด บางคนอาจเริ่มมีแก้มหย่อนหรือกรอบหน้าไม่ชัดตั้งแต่วัย 40 ปี ขณะที่บางคนอาจพบปัญหาชัดเจนในวัย 50 ปีขึ้นไป จึงควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล
โดยทั่วไปผลลัพธ์ของการศัลยกรรมดึงหน้า (Facelift) จะอยู่ได้นานประมาณ 5–10 ปี ขึ้นอยู่กับเทคนิค คุณภาพผิว อายุ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการดูแลของแต่ละบุคคล ทั้งนี้ การศัลยกรรมดึงหน้าไม่สามารถหยุดกระบวนการเปลี่ยนแปลงของผิวและเนื้อเยื่อตามวัยได้ ผิวหน้าจะยังคงหย่อนคล้อยลงตามอายุที่เพิ่มขึ้นClick edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.
ช่วยแก้ไขความหย่อนคล้อยบริเวณแก้ม กรอบหน้า คาง ขมับ หน้าผาก และลำคอได้ตามเทคนิคที่เลือกใช้ ทั้งนี้ หากมีปัญหาริ้วรอยตื้น จุดด่างดำ หรือคุณภาพผิวบางประเภทอาจต้องใช้วิธีดูแลอื่นร่วมด้วยตามการประเมินของแพทย์
ปรึกษาศัลยกรรมดึงหน้า กับทีมแพทย์โรงพบาบาลเลอลักษณ์
ปัญหาความหย่อนคล้อยของใบหน้าในแต่ละคนอาจเกิดขึ้นต่างตำแหน่งและต่างระดับ การเลือกศัลยกรรมดึงหน้า (Face lift) จึงควรเริ่มจากการประเมินโครงสร้างใบหน้า คุณภาพผิว ชั้นเนื้อเยื่อ และตำแหน่งที่ต้องการยกกระชับ เพื่อวางแผนการผ่าตัดให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
โรงพยาบาลเลอลักษณ์มีแนวทางการศัลยกรรมดึงหน้าหลายเทคนิคสำหรับปัญหาบริเวณใบหน้าส่วนบน ส่วนกลาง ส่วนล่าง และลำคอ โดยทีมแพทย์จะประเมินและเลือกแนวทางตามความเหมาะสม เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผิวหย่อนคล้อยและดึงหน้าตึงกระชับขึ้นตามความเหมาะสมของโครงสร้างเดิม ทั้งนี้ ผลลัพธ์และระยะพักฟื้นหลังทำ Face lift อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล